ระบบกฏหมาย

 

 

     กฎหมายไต้หวันกำหนดให้บุคคล ซึ่งรวมทั้งแรงงานต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอยู่ในไต้หวันและทำงานมีรายได้ ต้องเสียภาษีรายได้ให้แก่รัฐบาลไต้หวัน ตามเงื่อนไข ดังนี้

 

1. กรณีทำงานอยู่ในไต้หวันไม่ครบ 183 วันในปีภาษี (ปีภาษีนับจาก 1 มกราคม– 31 ธันวาคม) ต้อง

เสียภาษีในอัตรา 20 % ของรายได้ทั้งหมด โดยไม่มีสิทธิหักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายใด ๆ  

     ดังนั้น หากเข้ามาทำงานในปีภาษีไม่ครบ 183 วันขึ้นไป และนายจ้างได้หักค่าจ้างเป็นค่าภาษีรายได้ในห้วงระยะเวลาของการทำงานดังกล่าว ก็จะไม่มีเงินคืนภาษี และในปีภาษีถัดมาหากอยู่ทำงานไม่ครบ 183 วันอีก ก็ต้องเสียภาษีรายได้ในอัตรา 20 % ของรายได้ทั้งหมดโดยไม่มีเงินคืนภาษีเช่นกัน

     เห็นได้ว่าหากเข้ามาทำงานหลังเดือน กรกฎาคม  แรงงานจะเข้าข่ายเสียภาษี 20% ในปีนั้นทันที  และในปีถัดมา  หากอยู่ทำงานไม่ถึงเดือน กรกฎาคม(ไม่ถึงครึ่งปี)  ก็ต้องเสียภาษี 20% อีก

 

2. กรณีทำงานอยู่ในไต้หวัน 183 วันขึ้นไป ต้องเสียภาษีในอัตรา 6% ของรายได้สุทธิ ซึ่งหมายถึงรายได้ทั้งหมดในปีภาษีหักด้วยค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายรวมเป็นเงิน 193,000 เหรียญไต้หวัน  และหากทำงานต่อในปีภาษีถัดไปแม้จะไม่ครบ 183 วัน ก็ยังคงเสียภาษีในอัตรา 6 % เท่านั้น   

     หากแรงงานมีรายได้จากการทำงานเฉพาะเงินเดือน ๆ ละ 15,840 เหรียญไต้หวัน     และทำงานอยู่ตลอดปีภาษีคือ 12 เดือน จะมีรายได้ทั้งหมดเป็นเงิน 15,840 X 12 = 190,080 เหรียญไต้หวัน  ซึ่งเป็นจำนวนน้อยกว่าค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายที่กรมสรรพากรไต้หวันให้นำมาหักออกได้   จึงไม่มีเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษี

     ในความเป็นจริงแรงงานไทยส่วนใหญ่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำงานล่วงเวลาจึงทำให้มีรายได้เกินกว่า 193,000 เหรียญไต้หวัน รายได้ส่วนที่เกินคือรายได้สุทธิที่ต้องเสียภาษี     

 

3. กรมสรรพากรไต้หวันกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีรายได้บุคคลในเดือน พฤษภาคมของปีภาษีถัดไป ดังนั้น หากนายจ้างหักภาษีไว้และนำส่งสรรพากรแล้ว กรณีมีเงินคืนภาษีของปีภาษีที่ผ่านมา นายจ้างขอเงินภาษีส่วนเกินจากกรมสรรพากรมาคืนให้ได้ประมาณเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม ของปีภาษีถัดไป